คลังเก็บหมวดหมู่: เรื่องน่ารู้

สื่อโซเชียลกับผู้นำของแต่ละประเทศ

สื่อโซเชียลกับผู้นำ หลังจากสร้างความตื่นตัวปรากฏบนหน้าข่าวไปพักใหญ่ สำหรับข่าวที่ว่าด้วยการสร้างสื่อโซเชียลมีเดีย ของนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา


ซึ่งได้มีการหาแนวทางใหม่หวังจะใกล้ชิดประชาชนได้มากขึ้นผ่านช่องทางสื่ออินเตอร์เน็ต โดยในครั้งนี้มีการสร้างสื่อโซเชียลเอาไว้ถึงสี่ช่องทางด้วยกันเลยทีเดียว และที่พิเศษกว่านั้นก็คือได้มีการกล่าวว่านี่คือสื่อโซเชียลประจำตัวของนายกประยุทธ์จันทร์โอชา ในลักษณะแบบช่องทางส่วนตัวอีกด้วย แม้จะมีหลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่าใช้เงินภาษีของประชาชนมาใช้ในการนี้หรือไม่ ก็ยังคงปฏิเสธอย่างแน่นหนัก

หากเราจะย้อนดูพฤติการณ์ของบรรดาเหล่าผู้นำแต่ละประเทศในปัจจุบัน ผู้นำหลายรายต่างก็ล้วนเข้าหาสื่อโซเชียลกันมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่ง รายที่จะพบเห็นได้บ่อยคงหนีไม่พ้นนายโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมักจะมีการทวิตข้อความผ่านทางเว็บโซเชียลชื่อดังอย่างทวิตเตอร์ อยู่เสมอ เรียกได้ว่าคิดจะทำอะไรคิดจะสื่ออะไรหรือคิดจะแสดงออกอะไรเป็นต้องโหมโรงทางทวิตเตอร์ก่อนแทบทุกครั้ง

โดยจากสถิติการทวิตของนายโดนัลด์ ทรัมป์ได้มีการทวิตข้อความไปแล้วมากกว่า 39,300 ข้อความและยังแบ่งออกเป็นหลากสารพัดเรื่อง ซึ่งเรียกได้ว่าใช้อย่างคุ้มค่าในทุกแง่มุมและมีผู้ติดตามจากทั่วโลกถึงมากกว่า 55.1 ล้านคน

ซึ่งแน่นอนว่าผู้นำในประเทศยุโรปอีกหลายประเทศล้วนไม่พลาดโอกาส ในการใช้เทคโนโลยีของโลกยุคใหม่เพื่อสื่อสารกับประชาชนแต่อาจจะไม่ทุกราย ที่จะสามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างชำนาญคล่องตัว

แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าผู้นำที่ได้ชื่อว่าใช้โซเชียลมีเดียได้อย่างคล่องแคล่วอยู่ในอันดับต้นๆของโลก สองคนในนั้นมีชื่อของสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และ นายโจโก วีโคโดประธานาธิบดีของอินโดนีเซีย ติดอยู่ในโผรายชื่อด้วย

โดยสำหรับสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชานั้นมีการตั้งชื่อ Facebook ของตนว่า”ลุงใจดี”ซึ่งก็ไม่รู้ว่าได้ไอเดียแนวคิดคำว่าลุงมาจากค่านิยมของที่ใด

ซึ่ง Facebook ของฮุนเซนมีผู้ติดตามมากถึงกว่า สิบล้านคน ในขณะที่ Facebook ของนายโจโก วีโดโด นั้นแม้จะไม่ได้มีข้อโดดเด่นในเรื่องของยอดผู้ติดตามติดระดับท็อป แต่ นายโจโก วีโดโด นั้นมีการใช้สื่อโซเชียลให้เป็นประโยชน์ได้อย่างหลักแหลมถูกจังหวะถูกเวลาและถูกสถานการณ์เป็นอย่างยิ่ง อาทิเช่นในจังหวะที่ประเทศกำลังมีความยินดีหรือยินร้ายเรื่องใดเค้าจะใช้สื่อโซเชียลโผล่มาได้อย่างถูกจังหวะเวลา และเท่าทันต่อสถานการณ์อยู่เสมอ

และสำหรับผู้นำประเทศไทยในขณะนี้ซึ่งก็คือนายกรัฐมนตรีประยุทธ์จันทร์โอชา ก็กำลังเป็นที่จับตามองว่าจะสามารถใช้สื่อโซเชียลให้เป็นประโยชน์ได้ อย่างแท้จริงหรือไม่ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นตัวเขา มีความไม่พอใจต่อกระแสเสียงด่าทอในโลกอินเตอร์เน็ตมาโดยตลอด จึงต้องรอดูกันต่อไปว่าจะสามารถซื้อใจประชาชนได้สำเร็จอย่างไร


หน้าแรก

5สายพันธ์น้องหมาตัวเล็ก

รวมข้อเท็จจริงของลายนิ้วมือ ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

ลายนิ้วมือถูกใช้เป็นหลักฐานในการยืนยันตัวตนกันมานานเป็นศตวรรษแล้ว ในปัจจุบันได้ถูกพัฒนาไปใช้ในการปลดล็อคเครื่องใช้ส่วนตัวเช่นโทรศัพท์รวมไปถึงคอมพิวเตอร์ในสำนักงาน


เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัวรวมไปถึงความลับทางธุรกิจอยู่ที่ถูกเก็บไว้ในนั้น รู้หรือไม่ว่าร่างกายของเราเริ่มสร้างลายนิ้วมือขึ้นมาตั้งแต่ตอนที่ตัวอ่อนของเรายังไม่มีชีวิตเลยด้วยซ้ำ ลวดลายของมันจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆตามขนาดของนิ้วมือเรียกได้ว่าเป็นส่วนสำคัญมากของร่างกายและจะอยู่กับเราตลอดไป

ถึงแม้ว่าจะไม่ถูกเรียกเป็นอวัยวะก็ตามแต่ก็เหมือนเป็นเครื่องมือสำคัญที่ติดตัวมาแต่กำเนิด บทความนี้จึงได้รวบรวมเรื่องราวอันน่าสนใจของลายนิ้วมือมาให้ได้อ่านกัน

 

ไม่มีวันซ้ำกันกับของคนอื่น

คนร้ายจะทิ้งลายนิ้วมือเอาไว้เนื่องจากบนนิ้วมือของทุกคนจะมีคราบไขมันอยู่ด้วย ซึ่งสามารถทำให้มองเห็นได้ง่ายด้วยการใช้ฝุ่นแป้งแล้วถ่ายรูปบันทึกไว้เพื่อเข้าสู่กระบวนการดิจิตอลเพื่อไปค้นในฐานข้อมูลอาชญากรรม ที่ผ่านมาก็มีการเก็บข้อมูลจากผู้เคยกระทำผิดเป็นล้านคนแต่ไม่เคยมีลายนิ้วมือของใครที่ซ้ำกันเลยสักคนเดียว

 

มาตราฐานเก่า

ในสมัยก่อนนั้นนาย “Alphonse Bertillon” ซึ่งเป็นนักวิจัยและเป็นตำรวจชาวฝรั่งเศส เชื่อว่าร่างกายของคนทุกคนมีสัดส่วนบนร่างกายที่ความแตกต่างกันไป เขาได้พัฒนาเทคนิคการใช้รูปถ่ายในการวัดความเป็นมิติของร่างกายคน เทคนิคนี้มีชื่อเรียกกันว่า “Bertillon System” ปัจจุบันเลิกใช้เทคนิคนี้กันไปแล้ว

 

คนบางคนก็เกิดมาไม่มีลายนิ้วมือ!!

แต่ว่าก็เป็นส่วนน้อยเท่านั้น มันก็ไม่ได้มีปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวันสักเท่าไหร่ ยกเว้นตอนที่จะเดินทางข้ามชายแดนไปต่างประเทศกับขั้นตอนทางกฏหมายที่ต้องระบุตัวตนเนี่ยแหละที่จะเจอความยุ่งยาก

 

สามารถผิดพลาดได้

เทคนิคการพิสูจน์ลายนิ้วมือสามารถผิดพลาดได้ และมันจะเกิดขึ้นจากตัวเจ้าหน้าที่เอง แต่ว่าไม่ต้องตกใจไปเพราะโอกาสผิดพลาดมันมีอยู่แค่เพียง 0.1% เท่านั้นเอง

 

 มีความทนทานสูง

ลายนิ้วมือนั้นมีความทนทานสูงมากถึงแม้ว่าเราจะตายไปแล้วแต่ก็ยังสามารถเอามาใช้ในการพิสูจน์ตัวตนของเราได้อยู่ มีบางกรณีที่มีคนประสบอุบัติเหตุทางน้ำจนนิ้วมือขาดไปถึงสามนิ้ว นักประดาน้ำช่วยกันค้นหาแต่ก็หาไม่เจอ แต่ปรากฏว่ามีคนเจอนิ้วมือคนในท้องปลาเทราท์ ก็ยังสามารถเอามาพิสูจน์ได้อยู่ว่าเป็นนิ้วมือของใคร

โดยผู้เชี่ยวชาญคนนึงบอกไว้ว่าถึงแม้ว่าจะพบมือในสภาพที่เสียหากอย่างหนักก็ไม่เป็นไร เขาแค่ต้องเฉือนหนังกำพร้าออกมา หลังจากนั้นเขาก็จะใส่ถุงมือ แล้วเอาหนังที่เฉือนออกมาไปแปะกับนิ้วของเขาเอง แล้วก็พยายามปั้มลายนิ้วมือออกมา

 

มิชชั่น อิมพอสซิเบิ้ล

เคยมีแฮคเกอร์คนนึงชื่อ “Jan Krissler” สามารถปลอมลายนิ้วมือของ “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม” ประเทศเยอรมนีได้สำเร็จ โดยใช้แค่รูปถ่ายเท่านั้น แฮคเกอร์คนนี้เป็นคนเดียวกันกับที่เคยเจาะระบบแสกนลายนิ้วมือของ “iPhone 5S” ได้สำเร็จใน 24 ชั่วโมง

 

การทำงานของ FBI

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง FBI เก็บข้อมูลลายนิ้วมือของบุคลากรทางทหารเอาไว้เยอะมากๆ ไม่ว่าจะจากทหารของฝ่ายตัวเอง , เอเย่นต์ของต่างชาติ แม้แต่คนที่มีหน้าที่เป็นซัพพลายเออร์รวมไปถึงสายลับของพวกเขาเองก็ด้วย จนกระทั่งถึงปี ค.ศ.1943 ก็สามารถรวบรวมลายนิ้วมือจากคนได้ถึง 70 ล้านคน เนื่องจากว่ามันมีเยอะมากพวกเขาจึงเอาข้อมูลทั้งหมดไปเก็บไว้ที่คลังเก็บข้อมูลซึ่งมีชื่อเล่นว่า “Fingerprint Factory” และจ้างเฉพาะพนักงานหญิงจำนวน 1 พันคนมาคอยจัดเก็บข้อมูลเป็นเวลา 10 ชั่วโมงต่อวัน

ปัจจุบัน FBI ยังมีนโยบายเก็บลายนิ้วมือของทุกคนที่ทำอาชีพ ตำรวจ , ครูและอาชีพสอนวิชาต่างๆ , คนทำงานในสถานที่ราชการ ทุกคนจะโดน FBI ตามเก็บข้อมูลไปหมดอย่างกับว่าเคยทำอะไรผิดอย่างงั้นแหละ

 

ล่าตัวจนเจอ

ในปี ค.ศ.1948 เกิดเหตุสะเทือนขวัญในประเทศอังกฤษ โดยมีคนร้ายก่อเหตุสังหารเด็กผู้หญิงอายุ 3 ขวบ เจ้าหน้าที่รวบรวมลายนิ้วมือของผู้ชายที่อาศัยในเขตนั้นกว่า 40,000 คน แต่ก็ยังหาตัวคนร้ายไม่เจอ ในที่สุดก็ได้ตามตัวผู้ชายอีก 200 คน ที่ไม่ยอมพิมพ์ลายนิ้วมือ ปรากฏว่าหนึ่งในนั้นแหละคือคนร้ายตัวจริง

เทคโนโลยีใหม่สำหรับระบุตัวตน

นักวิทยาศาสตร์กำลังมองหาความเป็นไปได้ในการใช้ “ไมโครไบโอม (Microbiome)” ในการระบุตัวตนของมนุษย์ โดยเจ้า “ไมโครไบโอม” นี้ก็คือจีโนมของจุลินทรีย์ที่อาศัยในร่างกายของคนเรานั่นเอง ซึ่งมันสามารถใช้ระบุได้ว่าเรามีสุขภาพดีหรือไม่ เคยอาศัยในสภาพแวดล้อมแบบไหน ทานอาหารอะไรเป็นประจำ รวมไปถึงบอกข้อมูลทางพันธุศาสตร์ของเราได้อีกด้วย


หน้าแรก

หมดคู่แข่งในการลงทุน