9ข้อสรุปของโดนัทที่คุณอาจไม่รู้จักมาก่อน

โดนัทเป็นของหวานที่เกิดมาตั้งแต่สมัยโบราณ ชาวภาษากรีกรวมทั้งชาวโรมจะทำของหวานแป้งทอดแบบไม่มีรู


ทอดด้วยน้ำมันที่ทำขึ้นมาจากมะกอก แล้วก็โรยหน้าด้วยเครื่องปรุงเพิ่มรส ซึ่งโดยมากแล้วนิยมใช้น้ำผึ้งเป็นของหวานสำหรับโรยหน้าโดนัทในยุคนั้น นอกเหนือจากนั้นชาวภาษากรีกยังคงใช้ผงอบเชย , งา , น้ำปลาโบราณ รวมทั้งเครื่องโรยหน้าประเภทอื่นๆอีกด้วย
ในตอนยุคกลาง (Medieval) โดนัททอดเริ่มเป็นที่นิยมในตะวันออกกลาง คนสมัยนั้นเริ่มใส่ยีสต์ลงไปเป็นส่วนประกอบของโดนัท เมื่อทอดเสร็จก็จะเอาน้ำเชื่อมราดลงไป ถัดมาพวกพ่อค้ากับพ่อครัวชาวยิวก็เผยแพร่รายการอาหารนี้กระทั่งเริ่มได้รับความนิยมของชาวตะวันตกเพียงพอถึงตอนสมัย ปี ค.ศ.1700-1800 คนยุโรปก็เริ่มกินโดนัทคู่กับการดื่มกาแฟ
พวกชาวยิวนั้นได้ปรับปรุงสูตรกระบวนการทำโดนัทและก็เปิดร้านกาแฟไปทั่วเลย อีกทั้งในประเทศ ประเทศฝรั่งเศส ,เยอรมัน , เนเธอร์แลนด์ รวมทั้งประเทศอื่นๆถัดมาพวกชาวฮอลล์แลนด์ก็เอาโดนัทไปเผยแพร่ในทวีปอเมริกา จนกระทั่งทำให้ได้รับความนิยมไปทั้งประเทศในร้านขนมปังทั่วอเมริกาควรมีโดนัทติดร้านค้าเสมอ
สำหรับในเนื้อหานี้ได้รวมเรื่องราวอันน่าดึงดูดของโดนัทเอามาให้แก่ท่านทั้งหลายแหล่ได้อ่านสะสมวิชาความรู้กัน
1.เครื่องทำโดนัทอัตโนมัติ – ถูกสร้างสรรค์ขึ้นในปี ค.ศ.1920 โดยชาวยิวชื่อ “Adolph Levitt” เขาย้ายจากประเทศรัสเซียเพื่อมาอาศัยที่นครนิวยอร์กและเปิดร้านค้าในเขตฮาเร็ม เครื่องทำโดนัทอัตโนมัติของเขาสามารถผลิตโดนัทคุณภาพดีได้วันละเป็นร้อยชิ้น จากนั้น 30 ปี บริษัทของเขาก็สามารถขายเครื่องไม้เครื่องมือทำโดนัทได้เป็นราคา 25ล้านดอลลาร์ต่อปี
2.แหล่งกำเนิดแฟรนไชส์โดนัท – ในตอนศตวรรษที่ 20 นาย “William Rosenberg” ชายเชื้อสายคนยิวซึ่งเริ่มทำธุรกิจแนวทางการขายของกินและก็พบว่าผลิตภัณฑ์ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าของร้านค้าเขา ครึ่งนึงเป็นกาแฟแล้วก็โดนัท ในปี ค.ศ.1948 เขาก็เลยตกลงใจปิดร้านค้าแล้วไปเปิดร้านขายโดนัทรวมทั้งกาแฟโดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วก็สร้างสรรค์ โดนัทแบบใหม่ขึ้นมาอีก 52 แบบ ในทีแรกๆร้านค้าของเขามีชื่อว่า “Open Kettle” แต่ว่าสุดท้ายก็แปลงชื่อเป็น “Dunkin’ Donuts” ที่พวกเรารู้จักกันกระทั่งปัจจุบันนี้
3.ความชื่นชอบในอเมริกา – จนถึงทุกวันนี้ความชื่นชอบของโดนัทมีแม้กระนั้นจะเพิ่มมากขึ้นในประเทศอเมริกามีการคำนวนแล้วว่าในแต่ละปีจะมียอดจำหน่ายไม่ต่ำยิ่งกว่า 500 ล้านดอลลาร์ เมื่อมองจากยอดจำหน่ายในร้านค้าสบายซื้อเพียงอย่างเดียวก็พบว่ามียอดจำหน่ายเกิน 300 ล้านดอลลาร์ ในแต่ละปีจะมีการผลิตโดนัทมากยิ่งกว่าหนึ่งหมื่นล้านชิ้น แล้วก็ทุกๆวันที่ 1 ของมิ.ย. จะเป็นวันโดนัทแห่งชาติ
4.ชื่อเก่า – ชื่อเดิมของโดนัทในอดีตกาลเป็น “debate” ถัดมาก็เลยเริ่มเรียกกันว่า “Doughnut” ซึ่งก็ไม่มีที่มาชัดเจนว่าเพราะเหตุใด และก็ถัดมาพวกคนอเมริกันก็อ่านออกเสียงว่า “โดนัท” โดยเริ่มอ่านออกเสียงอย่างงี้มากันตั้งแต่ศตวรรษที่ 19-20
5.ประเทศที่คนรับประทานโดนัทสูงที่สุดในโลก – เมื่อมองจากอัตราส่วนสามัญชนประเทศที่มีอัตราคนรับประทานโดนัทเยอะที่สุดเป็นประเทศแคนาดา รวมทั้งจำนวนร้านค้าโดนัทในประเทศก็มีมากยิ่งกว่าสิ่งที่จำเป็นของราษฎรเสียอีกแม้คนจำนวนมากจะดูโดนัทว่าเป็นเครื่องหมายอย่างหนึ่งของประเทศอเมริกา แม้กระนั้นโดนัทแปลงเป็นของหวานประจำชาติอย่างไม่เป็นทางการของประเทศแคนาดาไปเสียแล้ว
6.ยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 – กองทัพอเมริกาจะให้อาสาสมัครหญิงมาปฏิบัติหน้าที่แบ่งโดนัท ซึ่งมีชื่อเรียกพวกคุณว่า“Doughnut Girls” กองทัพเลือกที่จะให้โดนัทเป็นของหวานหลัก เพื่อจะไม่ให้พวกทหารอเมริกันหวนคิดถึงบ้าน และก็ในตอนสงครามโลกครั้งที่สองก็เช่นเดียวกันเพียงแค่จะเปลี่ยนแปลงชื่อกรุ๊ปผู้หญิงอาสาสมัครไปเป็น “Doughnut Dollies”
7.ผู้ครอบครองสถิติโลก – ในปี ค.ศ.1981 ชายชื่อ “John Haight” แปลงเป็นผู้ครอบครองสถิติผู้ที่รับประทานโดนัทได้เร็วมากที่สุดในโลก โดยสามารถกินได้ 29 ชิ้นภายในช่วงเวลา 6 นาที
8.คนใดกันเป็นคนเจาะรูให้โดนัท – ชื่อของผู้คนผู้ที่ทำให้โดนัทมีรูก็คือ กัปตัน “Hanson Gregory” แล้วมีการบันทึกไว้เหตุว่าโดนัทแบบมีรูกึ่งกลาง ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาในวันที่ 22 เดือนมิถุนายน ปี ค.ศ. 1847 ภายหลังที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเขาก็เริ่มสอนพวกลูกเรือให้เอาอย่างแล้วก็โดนัทแบบมีรูก็แพร่หลายไปทั้งโลกสุดท้าย
9.ร้านค้าโดนัทที่ปรากฏในรูปภาพยนต์หลายครั้งที่สุด – มีชื่อว่าร้านค้า “Randy’s Donuts” เริ่มเปิดให้บริการมาตั้งแต่ตอนปี ค.ศ.1950 มีสถานที่ตั้งอยู่ใกล้ท่าอากาศยานลอสแองเจลิส ร้านค้านี้เริ่มถูกเอามาใช้เป็นฉากในรูปภาพยนต์มาตั้งแต่ตอนหลังปี ค.ศ. 1980 เป็นต้นมา ครั้งปัจจุบันที่พวกเราได้มองเห็นกันก็คือในรูปภาพยนต์เรื่อง “Iron Man 2”นั่นเอง


หน้าแรก

เขี่ยขิงทิ้งออกมาจากจานของกิน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *